"เอนทรีนี้ขออุทิศให้แด่น้องแอนและน้องแนน(น.ส.ชลิตาและน.ส.วราภรณ์ บำรุงลี)"

สวัสดีคุณผู้อ่านที่รักทุกท่าน

สืบเนื่องจากการบวชอุปสมบทหมู่หนึ่งแสนรูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทยจบโครงการไปก็มีโครงการใหม่เกิดขึ้นนั่นคือ โครงการบวชอุบาสิกาแก้ว หน่ออ่อน หนึ่งแสนคน ที่เพิ่งจะจบไปเมื่อวันที่ 15มีนาคมที่ผ่านมา  ผมได้ประสบพบเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 9 มีนาคม เมื่อผมได้สูญเสียพี่น้องที่รู้จักกัน2คนในงานบวช ซึ่งผมนั้นรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งและตั้งใจปณิธานตัวเองว่า........

"ในอายุ35ปี ผมจะบวชไม่สึก จะขอตายในผ้ากาสาวพักตร์"

ความจริงแล้วเรื่องของความฝันอันสูงสุดในเรื่องของการบวชพระตลอดชีวิตนั้นไม่ได้ตั้งสัจจะสัญญาตั้งแต่ตอนที่น้องเค้าเสียชีวิต ซึ่งความจริงแล้วผมนั้นได้ตั้งสัจจะมาตั้งนานแล้วว่าอายุประมาณ35-40ปีจะบวชไม่สึก แต่เมื่อเกิดโศกนาฏกรรมนี้เกิดขึ้น แรงสัจจะและปณิธานได้สูงขึ้นทำให้ผมกล้าที่จะให้สัจจะแบบนั้นไป และผมก็ได้เข้าใจว่า การใช้ชีวิตเป็นฆราวาสนั้นคับแคบมีแต่ความวุ่นวาย  บางครั้งผมว่าเพศคฤหัสหรือฆราวาสเนี่ยการที่จะให้คนมายอมรับเราเนี่ย มันมีน้อยกว่าการเป็นพระซะอีกนะครับ เท่าที่ผมเจอมากับตัวเนี่ยคือเข้าใจตัวเองเลยว่า ตอนอยู่เป็นพระมีแต่คนรักและเคารพผมมากๆ  พอสึกมาแล้วตัวเองรู้สึกว่าไม่มีคุณค่าเหมือนเดิมมีคนมาคุยบ้างแต่ไม่มากกว่าแต่ก่อนหรือไม่มากกว่าตอนที่เป็นพระครับ นั่นคือปณิธานที่สูงสุดในชีวิตผม ส่วนความตั้งใจอื่นๆหรือความฝันอื่นๆนี่ผมก็มีนะครับเช่น....อยากเป็นนักเล่นเกมส์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลกหรืออยากทำอะไรก็ได้ที่ทำให้โลกยอมรับ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นผมเข้าใจว่ามันเป็นอะไรที่ดูเท่และเจ๋ง แต่ทว่าไอ้ความอยากมีอยากดังเนี่ย มันเ็ป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้และยั่งยืนแล้วอีกอย่างตายไปก็ไม่สามารถเอาสิ่งเหล่านี้ไปได้ ดังนั้นควมตั้งใจของผมจึงเบี่ยงเบนไปทางการเอาบุญไปอย่างเดียว และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมตั้งใจจะทำก็คือการที่ชีวิตผมจะลดละเว้นจากการทำบาปทั้งปวง ว่าง่ายๆคือทำบาปให้ได้น้อยที่สุด และจะพยายามทำดีให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ตลอดชีวิตนี้ สุดท้ายก็คงไม่มีอะไรตายไปก็เอาไปได้แค่บุญและบาปเท่านั้นเอง เมื่อผมเองคิดได้ดังนั้น ผมก็ตั้งใจทำถึงแม้ว่าการทำความดีนั้นจะเป็นเรื่องที่ดูยากและอาจจะขัดใจในสายตาของชาวบ้านชาวช่องบ้าง แต่ผมเชื่อว่าคนไหนที่ทำดีเนี่ยย่อมมีคนยกย่องสรรเสริญและอะไรที่ดีๆก็จะตามมาหาเราแน่นอน ฉะนั้นหลังจากอ่านบล็อกนี้แล้วกลับไปถามตัวเองดูสักสองคำถามนะครับว่า....

1.ความฝันอันสูงสุดหรือมโนปณิธานอันสูงสุดของท่านคืออะไร?

2.ท่านทำความดีให้กับตัวเองและคนรอบข้างบ้างหรือยัง?

________________________________________________

ข้อความธรรมดีๆประจำเอนทรีนี้

"ความตายไม่มีนิมิตหมาย เราไม่สามารถรู้ได้ว่าจะตายเมื่อไหร่"

______________________________________

แล้วเจอกันใหม่ในเอนทรีหน้าครับ

 

 

edit @ 22 Mar 2010 20:07:58 by Makee10507 Revenge Of The Thit

Comment

Comment:

Tweet

แสดงความเสียใจกับน้องสองคนด้วยครับ

#1 By HostChan* on 2010-03-23 21:08